ปั๊มลมโดนน้ำท่วม ทำอย่างไร? 7 ขั้นตอนกู้เครื่องหลังน้ำลด 

น้ำลดแล้ว ไลน์ผลิตต้องกลับมาเดินให้เร็วที่สุด และสิ่งแรกที่หลายโรงงานอยากทำคือ กดสตาร์ทปั๊มลม ดูว่ายังใช้ได้ไหม แต่สำหรับเครื่องที่เพิ่งจมน้ำ การกดปุ่มเดียวนี้อาจเปลี่ยนงานล้างทำความสะอาดให้กลายเป็นงานซ่อมมอเตอร์หรือ Airend ราคาหลักแสน ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา น้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 1,000 ล้านบาท บางนิคมยังมีน้ำขังและต้องเฝ้าระวังน้ำเหนือต่อ บทความนี้สรุป 7 ขั้นตอนกู้ ปั๊มลมโดนน้ำท่วม ให้ทีมซ่อมบำรุงใช้เป็นแนวทาง ตั้งแต่ตัดไฟจนถึงเดินเครื่องจริง

ปั๊มลมโดนน้ำท่วม ทำอย่างไร? 7 ขั้นตอนกู้เครื่องหลังน้ำลด 

ทำไม “ห้ามกดสตาร์ท” ทันทีหลังน้ำลด 

เครื่องที่ดูแห้งจากภายนอก อาจยังมีน้ำค้างอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น และ การจ่ายไฟเข้าเครื่องที่ยังชื้นคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด 

  • ขดลวดมอเตอร์ชื้น ฉนวนเสื่อม จ่ายไฟแล้วอาจลัดวงจรจนมอเตอร์ไหม้ทันที 
  • ตู้คอนโทรล Controller และอินเวอร์เตอร์ (VSD) มีแผงวงจรที่เสียหายง่ายเมื่อเจอน้ำและโคลน 
  • น้ำปนเข้าน้ำมัน น้ำมันหล่อลื่นเสียคุณสมบัติ ชิ้นส่วนหมุนใน Airend สึกหรอทันทีที่เครื่องหมุน 
  • โคลนและตะกอน ทำหน้าที่เหมือนกระดาษทราย เข้าไปขัดสีลูกปืนและชิ้นส่วนภายใน 

ผู้ผลิตเครื่องอัดอากาศชั้นนำแนะนำตรงกันว่า อย่าจ่ายไฟกลับเข้าเครื่องจนกว่าช่างไฟฟ้าที่มีความรู้จะตรวจและยืนยันว่าปลอดภัย ส่วนมอเตอร์ห้ามจ่ายแรงดันเข้าขดลวดจนกว่าจะวัดค่าความเป็นฉนวนผ่าน พูดง่ายๆ คือ ใช้เวลาตรวจเพิ่มไม่กี่วัน ดีกว่าต้องรอเปลี่ยนมอเตอร์ใหม่หลายสัปดาห์ 

7 ขั้นตอนกู้ ปั๊มลมโดนน้ำท่วม 

1.ตัดไฟ ล็อก และติดป้ายห้ามเปิด

ก่อนเข้าใกล้เครื่อง ให้ ตัดไฟที่ต้นทาง (เบรกเกอร์หลักของห้องปั๊มลม) แล้วล็อกและติดป้ายห้ามเปิด (Lockout/Tagout) เพื่อกันคนอื่นเผลอสับไฟ ห้องที่ยังมีน้ำขังต้องรอให้น้ำแห้งหรือสูบออกก่อน และให้ช่างไฟฟ้ายืนยันว่าปลอดภัยแล้วจึงเข้าพื้นที่ 

2.ประเมินว่าน้ำขึ้นถึงระดับไหน

ดูคราบน้ำบนตัวเครื่องและผนังห้อง แล้ว จดว่าน้ำขึ้นถึงระดับไหน พร้อมถ่ายรูปเก็บไว้ ข้อมูลนี้บอกได้ว่าต้องตรวจลึกแค่ไหน 

3.ล้างโคลนและทำความสะอาดภายนอก

ล้างโคลนและเศษขยะออกจากตัวเครื่อง ช่องระบายอากาศ และ Cooler โดย ห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าตู้ไฟหรือมอเตอร์ คนทำงานต้องใส่แว่นตา ถุงมือ และหน้ากาก เพราะน้ำท่วมมักปนเชื้อโรคและสารเคมี 

4.ตรวจระบบไฟฟ้าและมอเตอร์ ก่อนจ่ายไฟ

ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด และควรให้ ช่างไฟฟ้าหรือทีมบริการที่มีเครื่องมือ เป็นผู้ทำ 

  • ตู้คอนโทรล Controller และอินเวอร์เตอร์ เปิดตรวจคราบน้ำ โคลน และสนิมบนแผงวงจร ชิ้นที่จมน้ำมักต้องเปลี่ยนหรือส่งซ่อมเฉพาะทาง 
  • วัดค่าความเป็นฉนวนของมอเตอร์ ด้วยเครื่องวัดค่าฉนวน (Insulation Tester หรือที่ช่างเรียกว่าเมกเกอร์) แล้วเทียบกับเกณฑ์ของผู้ผลิต 
  • ถ้าค่าฉนวนต่ำ ต้องถอดมอเตอร์ไปล้าง อบไล่ความชื้น แล้ววัดซ้ำ ถ้ายังไม่ผ่านอาจต้องพันขดลวดใหม่ 
  • ลูกปืนมอเตอร์ ที่จมน้ำควรเปลี่ยนใหม่ เพราะน้ำและโคลนเข้าไปปนจาระบีแล้ว 
5.ตรวจน้ำมันและ Airend

น้ำที่ปนเข้าน้ำมันมักทำให้ น้ำมันขุ่นเป็นสีน้ำนม ถ้าพบอาการนี้ หรือรู้ว่าน้ำท่วมถึงระดับ Airend ให้ทำดังนี้ 

  • ถ่ายน้ำมันทิ้งทั้งหมด แล้วเติมน้ำมันใหม่ตามเกรดที่คู่มือกำหนด 
  • เปลี่ยนไส้กรองน้ำมัน และไส้กรองอากาศ เพราะไส้กรองที่เปียกน้ำและโคลนใช้ต่อไม่ได้ 
  • ตรวจ Oil Separator หากเปื้อนน้ำหรือโคลนควรเปลี่ยน 
  • ลองหมุน Airend ด้วยมือ (ตามวิธีในคู่มือ) ถ้าฝืดหรือมีเสียงผิดปกติ ต้องเปิดตรวจภายใน 
6.ตรวจระบบรอบเครื่อง: Air Dryer ถังพักลม และท่อ

ปั๊มลมไม่ได้ทำงานตัวเดียว อุปกรณ์รอบข้างก็ต้องผ่านการตรวจเหมือนกัน 

  • Air Dryer ตรวจระบบไฟฟ้าและคอยล์ หากเป็นแบบดูดความชื้น (Desiccant) ให้ตรวจสารดูดความชื้นด้วย 
  • ถังพักลมและฐานยึด ตรวจว่าฐานไม่ทรุด น็อตยึดไม่หลวม 
  • เปิดจุด Drain ทุกจุด ทั้งถังพักลม ท่อ และไส้กรองในไลน์ ให้น้ำที่ค้างอยู่ระบายออกก่อนเดินเครื่อง 
  • Drain อัตโนมัติ ตรวจว่าไม่อุดตันด้วยตะกอน 
7.ทดลองเดินเครื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อทุกจุดผ่านแล้ว ให้ช่างเป็นผู้สตาร์ทครั้งแรก โดย 

  • เดินเครื่องและ ค่อยๆ เพิ่มแรงดัน จนถึงค่าใช้งานปกติ 
  • เฝ้าดู กระแสไฟ อุณหภูมิ เสียง และการสั่นสะเทือน ว่าผิดปกติหรือไม่ 
  • เปิด Drain ค้างไว้ช่วงแรก แล้ว ปิดเมื่อไม่มีน้ำออกมาแล้ว 
  • ตรวจคุณภาพลมก่อนปล่อยเข้าไลน์ผลิต โดยเฉพาะโรงงานอาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ 

ระหว่างซ่อม ทำอย่างไรให้ไลน์ผลิตไม่ต้องหยุด 

งานกู้เครื่องหลังน้ำท่วมอาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับระดับความเสียหาย ทางออกที่หลายโรงงานใช้คือ เช่าเครื่องอัดอากาศสำรอง มาต่อเข้าระบบชั่วคราว ให้ไลน์ผลิตเดินต่อได้ ขณะที่เครื่องหลักได้รับการซ่อมอย่างถูกวิธีโดยไม่ต้องเร่งเปิดใช้ก่อนพร้อม 

ให้พรีเมี่ยมช่วยกู้เครื่องหลังน้ำท่วม 

Premium Equipment & Engineering ดูแลระบบอัดอากาศให้โรงงานไทยมากว่า 30 ปี พร้อมช่วยตั้งแต่ประเมินความเสียหายจนเครื่องกลับมาเดินได้ 

  • ทีมช่างจาก 15 ศูนย์บริการทั่วประเทศ เข้าตรวจหน้างานได้ 
  • บริการ Overhaul ทั้งมอเตอร์ Airend และระบบควบคุม ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001:2015 
  • อะไหล่และน้ำมันแท้ Ingersoll Rand สำหรับเครื่อง IR ที่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนหลังจมน้ำ 
  • เครื่องเช่าสำรอง ทั้งปั๊มลม Air Dryer และถังพักลม ให้ไลน์ผลิตเดินต่อระหว่างซ่อม 

คำถามที่พบบ่อย 

ถาม: ปั๊มลมโดนน้ำท่วมแค่ฐานเครื่อง เปิดใช้ต่อได้เลยไหม?

ตอบ: ยังไม่ควรเปิดทันที แม้น้ำไม่ถึงมอเตอร์ ก็ควรให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้า เปิด Drain ระบายน้ำ และตรวจฐานยึดก่อน เพราะความชื้นอาจขึ้นไปถึงจุดที่มองไม่เห็น 

ถาม: มอเตอร์ปั๊มลมจมน้ำ ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกกรณีหรือเปล่า?

ตอบ: ไม่เสมอไป หลายกรณีกู้ได้ด้วยการล้าง อบไล่ความชื้น และเปลี่ยนลูกปืน แต่ต้องวัดค่าความเป็นฉนวนให้ผ่านเกณฑ์ก่อนจ่ายไฟ ถ้าวัดแล้วไม่ผ่านจึงต้องพันขดลวดใหม่หรือเปลี่ยนมอเตอร์ 

ถาม: ถ้าน้ำยังมาไม่ถึงโรงงาน ควรเตรียมอะไรไว้ก่อน?

ตอบ: เตรียมแผนตัดไฟห้องปั๊มลม ยกตู้คอนโทรลหรืออุปกรณ์ที่ยกได้ให้สูงขึ้น ทำคันกั้นน้ำรอบห้อง สำรองน้ำมันและไส้กรองไว้ และเก็บเบอร์ทีมบริการกับผู้ให้เช่าเครื่องสำรองไว้ล่วงหน้า 

ปั๊มลมโดนน้ำท่วมยังมีโอกาสกลับมาใช้งานได้ ถ้ากู้ตามลำดับ คือ ตัดไฟ, ประเมินระดับน้ำ, ล้างทำความสะอาด, ตรวจไฟฟ้าและมอเตอร์, ตรวจน้ำมันและ Airend, ตรวจระบบรอบเครื่อง แล้วจึงทดลองเดินเครื่อง กฎข้อเดียวที่ต้องจำคือ ห้ามกดสตาร์ทก่อนตรวจครบ 

เครื่องจมน้ำ อย่าเสี่ยงกดสตาร์ทเอง ให้ทีมพรีเมี่ยมเข้าประเมินและกู้เครื่องให้ปลอดภัย พร้อมเครื่องเช่าสำรองให้ไลน์ผลิตเดินต่อได้ 

รับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ที่ : Youtube Premium Equipment & Engineering

📌 สอบถามเพิ่มเติมที่::

📲 Line OA : @premiumpr หรือ https://lin.ee/ULomanJ

📞 Tel : (02) 919-8900

🌏 WEBSITE :https://www.premium.co.th

⏰ เวลาทำงาน :  จันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-17:30