Heat Recovery ปั๊มลม เปลี่ยนความร้อนทิ้งเป็นน้ำร้อนใช้ฟรี 

เดินเข้าห้องปั๊มลมทีไรก็ร้อนอบอ้าวทุกครั้ง หลายโรงงานแก้ด้วยการติดพัดลมดูดอากาศเพิ่ม แล้วปล่อยลมร้อนทิ้งออกนอกอาคารไปทั้งวัน แต่ในอีกมุมหนึ่งของโรงงานเดียวกัน กลับต้องจ่ายค่าไฟหรือค่าแก๊สเพื่อ ต้มน้ำร้อน ไว้ล้างไลน์ผลิต หรือป้อนบอยเลอร์ ความร้อนที่ถูกปล่อยทิ้งนั้นคือพลังงานที่โรงงานจ่ายเงินซื้อมาแล้ว Heat Recovery ปั๊มลม คือการดึงความร้อนส่วนนี้กลับมาใช้งาน แทนที่จะปล่อยให้หายไปกับอากาศ บทความนี้อธิบายว่าระบบทำงานอย่างไร เหมาะกับโรงงานแบบไหน และคิดความคุ้มค่าอย่างไรแบบเข้าใจง่าย

Heat Recovery ปั๊มลม เปลี่ยนความร้อนทิ้งเป็นน้ำร้อนใช้ฟรี 

Heat Recovery ปั๊มลม คืออะไร 

Heat Recovery ปั๊มลม คือระบบที่นำความร้อนซึ่งเกิดจากการอัดอากาศ มาถ่ายเทให้น้ำหรืออากาศ แล้วส่งไปใช้ในกระบวนการอื่นของโรงงาน เช่น ทำน้ำร้อน อุ่นน้ำป้อนบอยเลอร์ หรือทำความร้อนให้อาคาร แทนที่จะระบายความร้อนนั้นทิ้งผ่าน Cooler และพัดลมระบายความร้อนเหมือนปกติ 

ไฟที่จ่ายให้ปั๊มลม กลายเป็นความร้อนเกือบทั้งหมด 

นี่คือข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่รู้ ข้อมูลจาก Compressed Air Challenge ซึ่งทำร่วมกับกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า พลังงานไฟฟ้าที่ป้อนให้เครื่องอัดอากาศอุตสาหกรรม ราว 80–93% กลายเป็นความร้อน และระบบ Heat Recovery ที่ออกแบบดี นำความร้อนส่วนนั้นกลับมาใช้ได้ 50–90% 

พูดง่ายๆ คือ ทุกครั้งที่จ่ายค่าไฟให้ปั๊มลม โรงงานกำลังจ่ายเงินซื้อความร้อนก้อนใหญ่ไปพร้อมกัน ถ้าไม่ได้นำกลับมาใช้ ความร้อนนั้นก็ถูกพัดลมเป่าทิ้งไปเปล่าๆ ทุกชั่วโมงที่เครื่องเดิน 

ระบบ Heat Recovery ทำงานอย่างไร 

ระบบหลักๆ แบ่งได้ 2 แบบ ตามประเภทการระบายความร้อนของเครื่อง 

1. แบบส่งลมร้อนผ่านท่อ (Air Ducting)

เหมาะกับ เครื่องระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-cooled) ติดตั้งท่อลมต่อจากช่องระบายลมร้อนของเครื่อง แล้วส่งไปยังพื้นที่ที่ต้องการความร้อน เช่น ห้องอบแห้ง หรือส่วนอุ่นวัตถุดิบ 

  • ติดตั้งง่าย ใช้งบน้อย 
  • ข้อจำกัดคือ ได้ลมร้อนที่อุณหภูมิไม่สูงมาก และต้องมีจุดใช้งานอยู่ใกล้ห้องปั๊มลม 
  • ในภูมิอากาศร้อนอย่างไทย การทำความร้อนให้อาคารมีความต้องการน้อย แบบนี้จึงเหมาะกับงานกระบวนการผลิตมากกว่า 
2. แบบแลกเปลี่ยนความร้อนให้น้ำ (Water Heat Exchanger)

ติดตั้ง ชุดแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger) ที่วงจรน้ำมันหล่อลื่น (ในเครื่องแบบใช้น้ำมัน) หรือวงจรน้ำหล่อเย็น (ในเครื่องแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ) เพื่อนำความร้อนไปทำ น้ำร้อน 

  • ส่งน้ำร้อนไปใช้ได้ไกลกว่า และเก็บในถังพักได้ 
  • ตามข้อมูลของ Ingersoll Rand บางรุ่นทำน้ำร้อนได้ถึงราว 90°C และนำความร้อนกลับมาได้สูงถึง 94% 
  • เหมาะกับโรงงานที่ใช้น้ำร้อนต่อเนื่อง 

ประสิทธิภาพและอุณหภูมิที่ได้จริงขึ้นกับรุ่นเครื่อง ภาระการทำงาน และการออกแบบระบบ จึงควรให้วิศวกรประเมินหน้างานก่อน 

โรงงานแบบไหนได้ประโยชน์จาก Heat Recovery มากที่สุด 

Heat Recovery คุ้มที่สุดเมื่อ ช่วงเวลาที่ปั๊มลมเดิน ตรงกับช่วงที่โรงงานต้องการความร้อน สังเกตง่ายๆ จากเงื่อนไขเหล่านี้ 

  • ปั๊มลม เดินต่อเนื่องหลายกะ หรือเดินเกือบตลอดวัน 
  • มีงานที่ใช้ น้ำร้อนหรือน้ำอุ่น เป็นประจำ เช่น ล้างทำความสะอาดไลน์ผลิต (CIP) ล้างบรรจุภัณฑ์ หรือห้องน้ำและโรงอาหารพนักงาน 
  • มี บอยเลอร์ ที่ต้องอุ่นน้ำป้อนก่อนเข้าเครื่อง 
  • มีกระบวนการ อบแห้งหรืออุ่นวัตถุดิบ 

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักเข้าเงื่อนไข ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ ยา ยาง พลาสติก และโรงงานที่มีบอยเลอร์อยู่แล้ว 

ลดคาร์บอนได้ด้วย : ประเด็นที่โรงงานส่งออกเลี่ยงไม่ได้ 

นอกจากค่าพลังงาน Heat Recovery ยังช่วยเรื่องที่กำลังมาแรงในวงการอุตสาหกรรม คือ การลดคาร์บอน 

  • มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปเข้าสู่ช่วงบังคับใช้จริงตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 สินค้ากลุ่มเสี่ยงที่ส่งเข้า EU ต้องรายงานและรับภาระต้นทุนคาร์บอน 
  • ในไทย ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีกลไกอย่างภาษีคาร์บอนและระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ (ETS) ที่กำลังผลักดันอยู่ 
  • ลูกค้าและคู่ค้ารายใหญ่จำนวนมาก เริ่มขอข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากซัพพลายเออร์ 

การนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ ไม่ต้องรื้อกระบวนการผลิต แต่ช่วยลดการใช้ไฟหรือเชื้อเพลิงในการทำความร้อนได้ทันที จึงเป็นโครงการลดคาร์บอนที่เริ่มต้นได้ง่ายสำหรับหลายโรงงาน 

ก่อนติดตั้ง ต้องดูอะไรบ้าง 

  • ภาระการทำงานของปั๊มลม ชั่วโมงเดินเครื่องและโหลดเฉลี่ย ยิ่งเดินนาน ยิ่งคุ้ม 
  • จุดใช้ความร้อน ต้องการน้ำร้อนกี่องศา ปริมาณเท่าไร ใช้ช่วงเวลาไหน 
  • ระยะทางระหว่างห้องปั๊มลมกับจุดใช้งาน ยิ่งไกล ยิ่งสูญเสียความร้อนในท่อ 
  • ระบบสำรอง ต้องคงการระบายความร้อนของปั๊มลมไว้เสมอ เผื่อช่วงที่ไม่มีการใช้น้ำร้อน เพื่อไม่ให้เครื่องร้อนเกินจนตัดการทำงาน 
  • รุ่นเครื่องที่ใช้อยู่ บางรุ่นรองรับชุด Heat Recovery จากโรงงานผู้ผลิต บางรุ่นต้องติดตั้งเพิ่มภายหลัง 

ให้พรีเมี่ยมประเมินศักยภาพ Heat Recovery ของโรงงานคุณ 

Premium Equipment & Engineering ตัวแทนจำหน่าย Ingersoll Rand เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย ดูแลระบบอัดอากาศให้โรงงานไทยมากว่า 30 ปี ภายใต้พันธกิจ Save Energy, Save Money & Save Earth 

  • ประเมินศักยภาพ จากข้อมูลการเดินเครื่องและความต้องการความร้อนของโรงงาน 
  • แนะนำรุ่นเครื่องและชุด Heat Recovery ของ Ingersoll Rand ที่เหมาะกับหน้างาน 
  • ออกแบบและติดตั้ง โดยทีมวิศวกร ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001:2015 
  • ดูแลหลังการขาย จาก 15 ศูนย์บริการทั่วประเทศ 

คำถามที่พบบ่อย 

ถาม: ติดตั้ง Heat Recovery แล้ว ปั๊มลมจะร้อนหรือทำงานหนักขึ้นไหม? 

ตอบ: ไม่ ถ้าออกแบบถูกต้อง ระบบเพียงดึงความร้อนที่ปกติต้องระบายทิ้งออกไปใช้ และต้องมีระบบระบายความร้อนสำรองไว้เสมอ เพื่อให้เครื่องทำงานในอุณหภูมิปกติแม้ช่วงที่ไม่มีการใช้น้ำร้อน 

ถาม: ปั๊มลมแบบใช้น้ำมัน (Oil-flooded) ทำ Heat Recovery ได้ไหม? 

ตอบ: ได้ โดยติดตั้งชุดแลกเปลี่ยนความร้อนที่วงจรน้ำมัน ส่วนเครื่องแบบ Oil-free ระบายความร้อนด้วยน้ำ มักได้น้ำร้อนอุณหภูมิสูงกว่า ทั้งนี้ขึ้นกับรุ่นและการออกแบบ 

ถาม: โรงงานไม่มีบอยเลอร์ ยังคุ้มไหม? 

ตอบ: อาจคุ้ม ถ้ามีการใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นในงานอื่น เช่น ล้างทำความสะอาด หรือกระบวนการอบแห้ง ควรให้วิศวกรประเมินความต้องการความร้อนเทียบกับชั่วโมงเดินเครื่องก่อน 

พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ป้อนให้ปั๊มลมกลายเป็นความร้อน และส่วนใหญ่ของความร้อนนั้นนำกลับมาใช้ได้ Heat Recovery ปั๊มลม จึงเปลี่ยนต้นทุนที่ถูกทิ้งไปทุกวัน ให้กลายเป็นน้ำร้อนหรือลมร้อนที่โรงงานใช้ได้จริง ช่วยลดทั้งค่าพลังงานและคาร์บอนไปพร้อมกัน 

อย่าปล่อยให้ความร้อนที่จ่ายเงินซื้อมาหายไปกับอากาศ ให้ทีมวิศวกรพรีเมี่ยมประเมินว่าโรงงานคุณนำความร้อนจากปั๊มลมกลับมาใช้ได้เท่าไร 

รับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ที่ : Youtube Premium Equipment & Engineering

📌 สอบถามเพิ่มเติมที่::

📲 Line OA : @premiumpr หรือ https://lin.ee/RYXQc4S

📞 Tel : (02) 919-8900

🌏 WEBSITE :https://www.premium.co.th

⏰ เวลาทำงาน :  จันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-17:30