พ.ร.บ. Climate Change โรงงาน บังคับใช้ปี 2570 ต้องเตรียมตัวอย่างไร 

 

ค่าไฟที่แพงขึ้นทุกปีอาจไม่ใช่ต้นทุนก้อนสุดท้ายที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องแบกอีกต่อไป เพราะกำลังจะมี “กติกาใหม่” ที่เปลี่ยนเกมการผลิตของไทยไปตลอดกาล นั่นคือ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่หลายคนเรียกว่า พ.ร.บ. Climate Change โรงงาน กฎหมายลดโลกร้อนฉบับแรกของประเทศไทยที่ตั้งเป้าบังคับใช้ในไตรมาส 3 ปี 2570 

คำถามสำคัญคือ กฎหมายนี้จะกระทบโรงงานของคุณอย่างไร และต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ตรงไหนบ้าง? บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว

พ.ร.บ. Climate Change บังคับใช้ปี 2570 โรงงานต้องเตรียมตัวอย่างไร 

พ.ร.บ. Climate Change โรงงาน คืออะไร ทำไมต้องรู้

พ.ร.บ. Climate Change โรงงาน คือกฎหมายที่วางกรอบให้ประเทศไทยเดินไปสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608 

หัวใจของกฎหมายไม่ได้อยู่แค่การ “ขอความร่วมมือ” แต่เปลี่ยนเป็นการ กำหนดหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลัก ต้องรายงานข้อมูล ลดการปล่อย และอาจต้องจ่ายต้นทุนคาร์บอนที่ปล่อยออกไป 

พูดง่ายๆ คือ จากเดิมที่ “ปล่อยคาร์บอนฟรี” กำลังจะกลายเป็น “ปล่อยคาร์บอนมีราคา” 

ไทม์ไลน์สำคัญที่โรงงานต้องจับตา 

แม้กฎหมายจะยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา แต่กรอบเวลาที่ภาครัฐวางไว้ชัดเจนพอให้เริ่มเตรียมตัวได้แล้ว 

  • ไตรมาส 3 ปี 2570 — เป้าหมายบังคับใช้ พ.ร.บ. Climate Change พร้อมกฎหมายลูก 
  • ปี 2571 — เริ่มใช้ ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Thailand ETS) และ ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) 
  • ปี 2571 เป็นต้นไป — ทยอยลดบทบาทโรงไฟฟ้าถ่านหิน และขยายพลังงานสะอาด 

ข้อควรรู้ กลไกหลักอย่างการรายงานข้อมูล Scope 1-2, ระบบ ETS และภาษีคาร์บอน เป็นกลไกมาตรฐานสากลที่ “จะเกิดขึ้นแน่นอน” เพราะเชื่อมโยงกับการค้าโลก เช่น มาตรการ CBAM ของยุโรป โรงงานที่ส่งออกยิ่งต้องเตรียมพร้อมเร็วกว่าคนอื่น 

3 กลไกหลักที่กระทบโรงงานโดยตรง

1.การรายงานก๊าซเรือนกระจก (Scope 1-2)

โรงงานที่เข้าเกณฑ์จะต้อง จัดทำบัญชีและรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยตรง (Scope 1) และจากการใช้ไฟฟ้า (Scope 2) นั่นแปลว่าโรงงานต้องรู้ตัวเลขการใช้พลังงานของตัวเองอย่างละเอียด ซึ่ง การใช้ไฟฟ้าคือแหล่งปล่อยคาร์บอนทางอ้อมที่ใหญ่ที่สุด ของโรงงานส่วนใหญ่

2.ระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซ (Thailand ETS)

รัฐจะกำหนด “เพดานการปล่อย” ให้แต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โรงงานที่ปล่อยเกินเพดานต้อง ซื้อสิทธิเพิ่ม ส่วนโรงงานที่ลดได้ต่ำกว่าเพดานสามารถ ขายสิทธิส่วนเกิน ได้ ยิ่งลดการปล่อยได้มาก ยิ่งได้เปรียบทางต้นทุน

3.ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)

คาร์บอนที่ปล่อยออกไปจะมี “ราคา” ที่ต้องจ่ายเป็นภาษี ทำให้ทุกหน่วยพลังงานที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น กลายเป็นต้นทุนสองต่อ — ทั้ง ค่าไฟ และ ภาษีคาร์บอน 

โรงงานต้องเตรียมตัวอย่างไร เช็กลิสต์ 5 ข้อ 

เริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอกฎหมายบังคับ 

  • จัดทำบัญชีคาร์บอน (Carbon Footprint) ขององค์กร เพื่อรู้ว่าปล่อยจากจุดไหนมากที่สุด 
  • ตรวจสอบการใช้พลังงาน (Energy Audit) โดยเฉพาะระบบที่กินไฟมาก เช่น ระบบอัดอากาศ ระบบทำความเย็น และระบบบำบัดน้ำเสีย 
  • ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน เป็นตัวเลขที่วัดผลได้จริง 
  • ลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ที่คืนทุนได้ เช่น เครื่องจักรระบบ VSD หรืออุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง 
  • ศึกษาเรื่องคาร์บอนเครดิต เพื่อใช้เป็นเครื่องมือชดเชยและสร้างรายได้เสริม 

ลดคาร์บอน = ลดต้นทุน เริ่มที่ระบบที่กินไฟมากที่สุด 

ข่าวดีคือ การเตรียมพร้อมรับ พ.ร.บ. Climate Change ไม่ใช่แค่ “ภาระ” แต่เป็น โอกาสลดต้นทุน เพราะการลดการปล่อยคาร์บอนของโรงงาน แทบทั้งหมดเริ่มต้นจากสิ่งเดียวกัน นั่นคือ การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ยกตัวอย่างที่เห็นผลชัดที่สุดคือ ระบบอัดอากาศ (Air Compressor) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่กินไฟมากที่สุดในโรงงาน หากเปลี่ยนมาใช้ เครื่องอัดอากาศเทคโนโลยี VSD (Variable Speed Drive) ที่ปรับรอบมอเตอร์ตามความต้องการใช้ลมจริง จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ลดทั้งค่าไฟและคาร์บอนไปพร้อมกัน 

ในฐานะ ตัวแทนจำหน่าย Ingersoll Rand เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประหยัดพลังงานมากว่า 30 ปี Premium Equipment & Engineering ช่วยโรงงานหลายร้อยแห่งเปลี่ยนต้นทุนพลังงานให้เป็นความได้เปรียบ ภายใต้แนวคิด Save Energy, Save Money & Save Earth ที่ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้พอดี 

พ.ร.บ. Climate Change ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อเป้าบังคับใช้อยู่ที่ปี 2570 และกลไกภาษีคาร์บอนกับ ETS จะตามมาในปี 2571 โรงงานที่เริ่มวัดและลดการใช้พลังงานตั้งแต่วันนี้ จะได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและความพร้อมตามกฎหมาย ในขณะที่โรงงานที่รอจนนาทีสุดท้ายอาจต้องแบกต้นทุนคาร์บอนที่หลีกเลี่ยงได้ 

อย่าปล่อยให้ค่าไฟและภาษีคาร์บอนกินกำไรโรงงานคุณ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประหยัดพลังงานของ Premium Equipment ฟรี เพื่อประเมินว่าโรงงานของคุณลดการใช้พลังงานและคาร์บอนได้ตรงจุดไหนบ้าง

รับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ที่ : Youtube Premium Equipment & Engineering

📌 สอบถามเพิ่มเติมที่::

📲 Line OA : @premiumpr หรือ https://lin.ee/7CPvfZf9

📞 Tel : (02) 919-8900

🌏 WEBSITE :https://www.premium.co.th

⏰ เวลาทำงาน :  จันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-17:30