ข่าวสารการประหยัดพลังงาน Air Compressor


SAVE ENERGY IN COMPRESSED AIR = SAVE MONEY IN YOUR POCKET


เรื่องโดย : คุณสมพงษ์ กองจันทร์เพ็ชร์ 

วิธีประหยัดพลังงานในระบบลมอัด      

           ท่านทราบหรือไม่ว่าในระยะเวลาเฉลี่ย 10 ปี ของการใช้งานเครื่องอัดอากาศ หรือ AIR COMPRESSOR ราคาต้นทุนของเครื่องอัดลมและการบำรุงรักษาเป็นเพียง 20 % ส่วนอีก 80 % เป็นค่าพลังงานที่สูญเสียไป ดังนั้น การจัดซื้อเครื่องอัดลมที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงต้นทุนการเป็นเจ้าของในระยะยาว [ THE LIFE – TIME COST OF OWNERSHIP ] นอกจากนี้ท่านยังสามารถประหยัดค่าพลังงานได้อีกมาก หากนำเทคนิคต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างประหยัดไปใช้กับเครื่อง AIR COMPRESSOR ที่มีอยู่ในโรงงานของท่าน
          
          ในปัจจุบันได้มีการรณรงค์เรื่องของการประหยัดพลังงานโดยจะเห็นนโยบายต่างๆ ที่ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐบาลที่มีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างประหยัด โดยชี้ให้เห็นเม็ดเงินที่ท่านสามารถช่วยประหยัดเงินให้องค์กรหรือให้กับท่านเองอย่างเห็นได้ชัดๆ ตัวอย่าง เช่น ถ้าช่วยกันปิดไฟที่ไม่จำเป็น 1 ดวง คุณประหยัดได้ 432 บาท / ปี ซึ่งชาติจะประหยัดได้ 1 หมื่นล้านบาท / ปี หรือ นโยบายการสนับสนุนการเลือกซื้อและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตราฐานประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นต้น โดยผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งโดยส่วนตัว หน่วยงาน บริษัท ฯ และสุดท้ายคือ ประเทศชาติ ทำให้เราสามารถลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในปัจจุบัน
          
          พลังงานลมอัด ถือเป็นพลังงานหนึ่งที่ใช้กันมากโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมและก็มีผู้ใช้จำนวนมาก ที่ไม่ทราบเลยว่า ค่าพลังงานลมต่อปริมาณลมที่ได้เป็นเท่าไร ซึ่งไม่เหมือนค่าน้ำ ค่าน้ำมัน ค่าแก็ส เป็นต้น เนื่องจากโดยส่วนใหญ่เรายังไม่มีการติดตั้งมาตรวัดลมเทียบกับค่าไฟที่ต้องจ่าย เพื่อให้เข้าใจการประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้นเราต้องรู้จักปัจจัยหลัก ๆ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อพลังงานที่ใช้ในระบบลมอัดด้วย


ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
  1. ปริมาณลม เช่น ถ้าความต้องการปริมาณลมมากก็ต้องใช้เครื่องอัดลมขนาดใหญ่และใช้พลังงานมาก
  2. คุณภาพของลมอัดที่ต้องการ เช่น ถ้ามีความต้องการลมที่สะอาดมาก ปราศจากน้ำมันและความชื้น ระบบก็ต้องใช้พลังงานจำนวนมากขึ้นด้วยเช่นกัน

  
ปริมาณลม, แรงดัน,  คุณภาพของลมอัด
เทคนิคการลดค่าพลังงาน

           ดังนั้น ท่านคงจะพอมองเห็นได้ว่า หากต้องการลดค่าพลังงานลง ท่านควรต้องลดความต้องการบางอย่าง หรือ ทั้งหมดลงโดยที่ระบบการผลิตของเครื่องจักรในโรงงานยังสามารถทำงานได้ ซึ่งตัวแปรดังที่กล่าวมา หากคุณสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณก็จะสามารถลดค่าพลังงานได้มากถึง 50 % โดยที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ซึ่งตัวแปรที่กล่าวมาข้างต้นมีข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

  1. ปริมาณลม

  2. - มีการเลือกขนาดของเครื่องอัดลม เพื่ออัดลมให้มากกว่าความต้องการเสมอ ยิ่งเผื่อมากก็ยิ่งสูญเสียมาก ตัวอย่าง เช่น เครื่องอัดลมทำงานอัดลมจริง 50 % อีก 50 % เครื่องจะยังใช้พลังงานแต่ไม่อัดลม อีกทั้งความต้องการจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลามากบ้างน้อยบ้างก็ยิ่งจะทำให้เครื่องที่ซื้อเผื่อขนาดมาอยู่แล้วทำงานแบบไม่ประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้นไปอีก
    - มีลมรั่วในระบบท่อส่ง ยกตัวอย่าง เช่น รูรั่วขนาด 3 mm. ที่แรงดัน 100 PSI ถ้าปล่อยให้รั่วทั้งปีจะเสียค่าพลังงานมากกว่า 120,000 บาท / ปี
    - มีการใช้ลมอัดไม่ถูกประเภท เช่น เป่าทำความสะอาด แทนที่จะใช้วิธีอื่นทำความสะอาดแทนถ้าทำได้

  3. แรงดัน
  4. - มักจะเลือกซื้อหรือปรับตั้งแรงดันสูงกว่าความต้องการจริงมากแล้วใช้วาล์วปรับแรงดันลดลงก่อนใช้งานการทำเช่นนี้ จะทำให้เครื่องอัดลมต้องใช้พลังงานมากกว่าที่เครื่องทำงานที่แรงดันต่ำกว่าที่ปริมาณการทำลมเท่าๆ กัน โดยทุก ๆ 1 PSI ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง จะมีผลทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นหรือลดลง 0.5% เช่นถ้าแรงดันเราสามารถลดลงมาได้ 10 PSI เท่ากับเราสามารถลดพลังงานลงได้ 5 % ยกตัวอย่างถ้าเป็นเครื่องอัดลมขนาด 100 HP ก็จะประหยัดไฟได้ 5 HP หรือคิดเป็นเงินที่ประหยัดได้กว่า 80,000 บาท / ปี
    - ขนาดท่อลมส่งมีขนาดเล็กเกินไปไม่เหมาะสม หรือชุดกรองลมสกปรกอุดตัน ก็จะทำให้แรงดันตกคร่อมในระบบสูง ก็เลยต้องการแรงดันที่เครื่องอัดลมสูง

  5. คุณภาพของลมที่ต้องการสูงเกินความจำเป็น

  6. - ถ้าระบบลมไม่ต้องการให้มีน้ำเกิดขึ้นในท่อ และเครื่องจักรก็ไม่ต้องการ DEW POINT ที่ต่ำมากเกินไปการเลือกเครื่องทำลมแห้ง เช่นที่ DEWPOINT 10 ํC จะใชัพลังงานน้อยกว่าเครื่องที่ทำ DEWPOINT 3 ํC
    การลดความสูญเสียจากสิ่งดังกล่าว บางอย่างก็สามารถทำได้เลยกับระบบที่เป็นอยู่ เช่น ลดการรั่วซึมของลม เปลี่ยนไส้กรองลม ลดแรงดันของเครื่องลง แต่ก็อาจจะมีบางสิ่งที่เราไม่สามารถจะทำได้ด้วยเครื่องอัดลมแบบเดิม ๆ ที่ใช้อยู่ เช่น การปรับปริมาณลมที่เครื่องทำได้ให้เหมาะสมกับความต้องการโดยการปรับรอบของมอเตอร์ และการควบคุมแรงดันของระบบให้คงที่ไม่ทำงานที่แรงดัน สูงเกินไป

การประหยัดพลังงานด้วย Invertor

         ปัจจุบันได้มีการนำเอาเทคโนโลยีของ INVERTOR มาปรับความถี่ของไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อปรับความเร็วของมอเตอร์แบบเหนี่ยวนำ โดยเทคโนโลยีนี้รู้จักและใช้กันมานานแล้วกับการใช้งาน ในลักษณะต่าง ๆ แต่กับเครื่องอัดลมก็เพิ่งจะเริ่มนำมาใช้ได้ไม่นานนัก ด้วยข้อจำกัดบางอย่างของมอเตอร์ แบบเหนี่ยวนำ จึงยังไม่เป็นที่นิยมใช้กันมากนัก เนื่องจากจุดคุ้มทุนอาจจะนานเกินไปมีความยุ่งยาก และมีค่าบำรุงรักษามากขึ้น มอเตอร์แบบเหนี่ยวนำก็ไม่สามารถทำงานหรือหยุดเท่าที่ต้องการได้บ่อยครั้งต่อชั่วโมงและไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้งานที่แปรเปลี่ยนอย่างมากได้ดีพอ การทำงานที่รอบต่ำ ๆ หรือหยุดบ่อยครั้ง ส่งผลต่ออายุการใช้งานของมอเตอร์แบบเหนี่ยวนำ ซึ่งอาจจะทำให้ไหม้ได้ ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ของมอเตอร์แบบเหนี่ยว ปัจจุบันได้มีมอเตอร์แบบใหม่ HYBRID PERMANENT MAGNET ( HPM ) MOTOR ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานได้โดยไม่มีปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ และมีค่าประสิทธิภาพและค่า POWER FACTOR ที่ดีที่สุด


ข้อดีและมอเตอร์แบบ HPM    มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
HPM MOTOR
HPM MOTOR

     - โครงสร้างใหม่ของมอเตอร์แบบ HPM ไม่มี BEARING ที่แกนเพลาของ ROTOR ดังนั้นแรงเสียดทานจึงลดลง เนื่องจากแรงเสียดทานจะเป็นตัวที่ไปลดประสิทธิภาพ
การทำงานของมอเตอร์
     - มอเตอร์แบบ HPM จะทำงานที่อุณหภูมิเย็นกว่ามอเตอร์แบบทั่วไป และมีประสิทธิภาพการทำงานของมอเตอร์ที่ 96 % โดยที่มอเตอร์ส่วนใหญ่ทำงาน อยู่ที่ประมาณ 90 % โดยประสิทธิภาพที่สูงกว่าจะสามารถช่วยลดค่าพลังงานได้มากกว่า
     - มอเตอร์แบบ HPM ยังง่ายในการดูแลบำรุงรักษามากกว่ามอเตอร์แบบเหนี่ยวนำ โดยมอเตอร์แบบเหนี่ยวนำ จะใช้การพันขดลวดแบบต่อเนื่องกันใน STATOR มอเตอร์แบบ HPM จะมีขดลวดเพียง 12 ขด ที่เป็นอิสระต่อกันแต่ละขดสามารถวิเคราะห์ปัญหาและสามารถถอดเปลี่ยนที่สถานที่ติดตั้งได้ นั่นหมายความว่า ในกรณีที่มอเตอร์ไหม้จะใช้เวลาเปลี่ยน
ขดลวดเพียง 4 – 6 ชั่วโมง แทนที่จะเป็นหลายวัน เหมือนการพันขดลวดมอเตอร์ทั่วไป ทำให้ลดเวลาของ DOWN TIME ลงไปได้มาก



NIRVA AIR COMPRESSOR

 AIR COMPRESSOR      เครื่องอัดลมแบบปรับรอบได้จะควบคุมการใช้พลังงานเท่าที่ต้องการ อีกทั้งชุด INVERTOR ยังสามารถสั่งให้ MOTOR ทำงานแบบที่เรียกว่า SOFT START จึงไม่ต้องใช้กระแสสูงในขณะที่มอเตอร์เริ่มทำงาน ทำให้ท่านลดค่าพลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

เครื่องอัดลมแบบปรับรอบได้จะควบคุมการใช้พลังงานเท่าที่ต้องการ อีกทั้งชุด INVERTOR ยังสามารถสั่งให้ MOTOR ทำงานแบบที่เรียกว่า SOFT START จึงไม่ต้องใช้กระแสสูงในขณะที่มอเตอร์เริ่มทำงาน ทำให้ท่านลดค่าพลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

ข้อดีที่เป็นลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่ง ก็คือ มอเตอร์แบบ HPM สามารถทำงานหรือ หยุดได้ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งใน 1 ชั่วโมง ทำให้มอเตอร์แบบ HPM สามารถหยุดทำงานเมื่อความต้องการลมเพียงพอ

          เมื่อเทียบกับมอเตอร์แบบทั่วไป เครื่องอัดลมที่ใช้เทคโนโลยีแบบนี้สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่า 22 % โดยสรุปพลังงานกับลมอัดนั้นหลายท่านอาจ จะไม่ได้ตระหนักว่า ต้นทุนจริงของเครื่องอัดลมที่ใช้กันอยู่ในโรงงานของท่านทุกวันนี้ เป็นต้นทุนด้านพลังงาน 80 % ราคาเครื่องและการบำรุงรักษาเพียงแค่ 20 % โดยประมาณ ดังนั้นท่านอาจต้องสำรวจการใช้งานของท่านว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอแล้วหรือยังและมีวิธีการไหนที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น และช่วยลด ค่าการใช้พลังงานให้ต่ำลง



ผู้เขียน : คุณสมพงษ์ กองจันทร์เพ็ชร์ ( ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย )
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมสำรองที่นั่งในการสัมมนาในหัวข้อ
การประหยัดพลังงานในระบบอัดอากาศ ” ที่   บริษัท พรีเมี่ยม อิควิปเม้นท์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
โทร. 02-747-3200 , 02-747-3370-3 Fax : 02-747-193302-361-1821-3, 02-747-0130
E-mail : premium@ premium.co.th , mcmarketing@premium.co.th